“Train to Busan” ผลงานกำกับโดย Yeon Sang-ho เป็นภาพยนตร์ซอมบี้ที่ให้ความบันเทิงอย่างแท้จริง ในช่วงเวลาที่เป็นการค้นหาเสียงสะท้อนจากผลงานของ George Romero และ Danny Boyle แต่ด้วยการนำเสนอที่ไม่เหมือนใคร ในยุคที่ความมีน้ำใจต่อผู้อื่นมีความสำคัญมากกว่าที่เคย และเป็นเวลาหลายสิบปีแล้ว ที่ภาพยนตร์เกี่ยวหับความตาย ถูกสร้างขึ้นโดยพื้นฐานของความกลัวของเพื่อนมนุษย์ เมื่อเพื่อนบ้านของคุณ อาจจะมีหน้าตาและเสียงเหมือนคุณ แต่เขาอาจจะต้องการกินสมองของคุณ
สำหรับ “Train to Busan” คือการก้าวข้ามไปอีกขั้น โดยสร้างขึ้นจากแนวคิดที่ว่า แม้ในวันที่มืดมิดที่สุดของเรา เราก็ต้องมองหาซึ่งกันและกัน และเราจะต้องเป็นผู้ที่ปีนข้ามคนที่อ่อนแอ เพื่อช่วยตัวเองที่จะต้องทนทุกข์ทรมาณ นอกจากการแสดงถึงแนวคิดทางสังคมแล้ว “Train to Busan” ยังเป็นภาพยนตร์แอคชั่นที่สนุกสนาน มีการดำเนินเรื่องและสภาพแวดล้อมที่สร้างขึ้นอย่างสวยงาม โดยมีตัวละครและความน่ากลัวในปริมาณที่เหมาะสม ในหลายๆ แง่มุม นี่คือส่ิงที่ “World War Z” ควรจะเป็น ภาพฝันร้ายที่เกี่ยวกับจุดจบของโลก และการยั่วยุกับคำถามที่ว่า แท้จริงแล้วอะไรที่ทำให้เราเป็นมนุษย์ตั้งแต่แรก
ซอกวู (กงยู) หนุ่มบ้างานที่หย่าร้าง เขาอาศัยอยู่กับแม่และแทบจะไม่ได้ใช้เวลากับซูอันลูกสาวของเขาเลย ด้วยความห่างเหินที่มีมากจนเกินไป จึงทำให้เขาซื้อเครื่อง Nintendo Wii ให้เป็นของขวัญในวันเกิดของเธอ โดยที่ไม่ได้สนใจว่าเธอมีเครื่องนี้อยู่แล้ว และเขาเป็นคนซื้อให้เธอเองในวันเด็ก เพื่อชดเชยช่วงเวลาที่ค่อนข้างน่าอึดอัดนี้ ซอกวูจึงตัดสินใจที่จะมอบสิ่งที่ซูอันต้องการอย่างแท้จริงนั่นคือการเดินทางไปบ้านแม่ของเธอในปูซาน ที่อยู่ห่างออกไปเพียง 280 ไมล์ ใช้เวลาเดินทางโดยรถไฟเพียง 1 ชั่วโมงจากกรงโซล อะไรคือสิ่งที่ผิดเพี้ยนไปในการเดินทางครั้งนี้? แม้ว่าการจัดฉากของภาพยนตร์เรื่องนี้จะเป็นสิ่งที่สวยงาม เพราะนี่เป็นอะไรที่มากกว่าการนั่งรถไฟของซอกวูและซูอัน นี่เป็นการเดินทางสู่อดีต ในขณะที่ผู้เป็นพ่อพยายามที่จะปรับและแก้ไขในด้านความสัมพันธ์ รวมไปถึงการพยายามทำทุกอย่างที่จะทำให้ตนและลูกสาวได้มีชีวิตอยู่ต่อไป ซึ่งเป็นฉากที่สมบูรณ์แบบสำหรับภาพยนตร์ซอมบี้
ก่อนที่พวกเขาจะขึ้นรถไฟในตอนเช้าตรู่ ซอกวูกับซูอันได้เห็นขบวนรถฉุกเฉินมุ่งหน้าเข้าโซล และเมื่อพวกเขาไปที่รถไฟ Yeon Sang-ho ได้สร้างตัวละครต่างๆ ของพวกเขาอย่างสวยงาม ให้เราได้พบกับพนักงานบนรถไฟ, พี่น้องสาวสูงอายุ, คู่สามีและภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์ และแม้แต่ทีมเบสบอล จากนั้นได้ทำให้เราเห็นว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งที่เห็นได้ชัดว่าไม่สบายขึ้นรถไฟก่อนที่รถไฟจะออก และเช่นเดียวกับเรื่องยุ่งยากที่เกิดขึ้น ที่โดยทั่วไปตัวละครมักจะมองไม่เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นในสถานีเหนือชานชาลา และก่อนที่คุณจะรู้ตัว ผู้หญิงคนนั้นได้กลายเป็นพาหะของเครื่องสังหารที่ไร้จิตใจในทันที และนี่คือซอมบี้ที่มีสายพันธุ์เดียวกับ “28 Days Later” ที่เน้นความรวดเร็วและรุนแรง ไวรัสเหล่านี้ได้เปลี่ยนรถไฟทั้งขบวนให้กลายเป็ยคนตายที่กินเนื้อได้ภายในเวลาไม่กี่วินาที ซอมบี้เหล่านี้เป็นเหมือนกับสุนัขที่บ้าคลั่ง แล้วคุณคิดว่าการเดินทางในครั้งนี้จะเป็นเรื่องที่ดีอยู่หรือไม่
ความตึงเครียดที่น่าอึดอัดของ “Train to Busan” ถูกขยายออกไป หลังจากซีนที่ยอดเยี่ยมอย่างสถานีรถไฟ ที่เหล่านักเดินทางยังมีชีวิตอยู่ และได้เรียนรู้ว่าผู้คนจำนวนมากในประเทศได้กลายเป็นซอมบี้เรียบร้อยแล้ว และพวกเขาได้ค้นพบอีกว่าซอมบี้เหล่านั้นไม่สามารถทำความเข้าใจในการจับประตูได้ และจะตาบอดเมื่ออยู่ในที่มืดอย่างอุโมงค์และเส้นนำสายตาจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ Yeon Sang-ho ยังคอยให้ข้อคิดเห็นทางสังคม ที่ทำให้เรามีตัวละครที่ต้องการ ที่ทำทุกอย่าเพื่อเอาชีวิตรอด รวมไปถึงการทำสิ่งที่จะช่วยชีวิตผู้อื่นอีกด้วย ในช่วงต้นของภาพยนตร์เรื่องนี้ซอกวูบอกกับลูกสาวของเขาว่า “ในช่วงเวลาเช่นนี้ให้ระวังตัวเองเท่านั้น” แต่หลังจากนั้นเขาได้เรียนรู้ว่านี่ไม่ใช่คำแนะนำที่เราควรใช้ดำเนินชีวิตต่อหรือส่งต่อไปยังลูกๆ ของพวกเขา เหล่าผู้รอดชีวิตจาก “Train to Busan” โชคดีเพียงเพราะการเสียสละของผู้อื่นโดยที่ไม่ต้องเสียอะไร และภาพยนตร์เรื่องนี้มีเนื้อหาที่รุนแรงว่าการตวัดซอมบี้ทั่วไปของคุณ ในแบบที่จับภาพได้ว่า ความตื่นตระหนกสามารถสร้างสัตว์ประหลาดให้กับพวกเราทุกคนได้อย่างไร และความรับผิดชอบของเรา ในการเอาชนะสัญชาตญาณพื้นฐานในช่วงเวลาวิกฤต
หลังจากชั่วโมงแรกของ “Train to Busan” ภาพยนตร์เรื่องนี้จะดำเนินเรื่องไปอย่างช้าๆ และจะทำให้คุณรู้สึกถึงการหยุดพักสองถึงสามจุด ที่อาจจะทำให้เกิดความรู้สึกซ้ำซาก แต่หลังจากนั้นก็จะเพิ่มความน่าตื่นเต้นกลับมาเป็นอย่างดี สำหรับตอนจบที่น่าจดจำ คุณสามารถเรียกได้ว่า “Train of the Living Dead” หรือ “'Snowpiercer กับ Zombies” ไม่ว่าคุณจะเรียกว่าอะไรก็ตาม เมื่อภาพยนตร์เรื่องนี้ได้เข้าฉาย และคุณเป็นผู้ที่ชื่นชอบความบันเทิงจากหนังซอมบี้ ก็ยากที่จะเชื่อว่าคุณจะไม่ได้รับความบันเทิงจากภาพยนตร์เรื่องนี้


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น